วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2555

ตอนที่ 5 ทัศนะแม่บทแบบปฏิฐานนิยม


ปฏิฐานนิยม(Empiricism) และแนวคิดเหตุผลนิยม (Rationalism)
จากประเด็นปัญหาที่ข้าพเจ้าได้ตั้งขึ้นมานี้  ทำให้ข้าพเจ้าอยากจะนำแนวคิดต่างๆของวิทยาศาสตร์ทางตะวันตกมาเป็นศาสนาเสียให้หมด  ก็เพื่อที่จะทำให้นักคิดต่างๆ ไม่ต้องมาโต้แย้งกัน มีความเชื่อในความเป็นจริงนั้น ๆ  ปราศจากการหักล้างกันทางความคิดของแต่ละนักคิด เพราะศาสนามีความเชื่อเป็นพื้นฐานหากจะหักล้างกันทำได้ยากมากหรือไม่ก็ต้องเผชิญกับปัญหาหลายประการ ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าปัญหาทางวิทยาศาสตร์จะต้องมีข้อโต้แย้ง หักล้างกันต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และความเป็นจริงในแต่ละช่วงเวลาก็จะได้รับการเปิดเผย ส่วนความเป็นจริงทางความคิดที่พิสูจน์ไม่ได้แล้วก็จะถูกล้มล้างไป ซึ่งก็หมายความว่าวิทยาศาสตร์ทางตะวันตกยังไม่สามารถพบความรู้ได้อย่างแท้จริง และก็จะเกิดนักคิดที่มีความรู้ ความคิดที่แตกต่างกันออกไปได้ตลอดเวลา  ข้าพเจ้าจึงทำได้แค่เพียงยอมรับมันและมองอดีตที่ผ่านมา  คิดคล้อยตามบ้าง คิดโต้แย้งบ้างบางประเด็นในหลักฐานที่มีอยู่ในเชิงบวกอย่างสร้างสรรค์เท่านั้น
            กลับมาที่แนวคิดทั้งสองแนวคิดก็คือแนวคิดปฏิฐานนิยม(ประจักษนิยม)และแนวคิดเหตุผลนิยม ข้าพเจ้ามีข้อคิดเห็นคล้อยตามและข้อโต้แย้งของนักคิดและความรู้ที่ได้   ทั้งนี้ทั้งนั้นข้าพเจ้าก็มีความคิดคล้อยตามไปในแนวคิดเหตุผลนิยมมากกว่า ซึ่งสามารถอธิบายรายละเอียดได้ดังต่อไปนี้
1.             ข้อเห็นด้วยกับแนวคิดเหตุผลนิยม จากผู้รู้ที่ไม่วิจารณ์เสียไม่ได้เลยก็คือ เดสคาร์ต ความคิด
ของท่านได้ประกาศความรู้ที่แท้จริงออกมาแทบจะหาข้อโต้แย้งไม่ได้เลย เพราะว่าความรู้ที่แท้จริงก็มาจากความคิดอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่มาจากการสังเกตหรือประสบการณ์ เป็นความรู้ที่เกิดก่อนประสบการณ์  เป็นความรู้ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เป็นการอุปมาน Induction  ก็คือความรู้ที่ได้มาจากการคิดหาเหตุผลจากส่วนย่อย ๆ แล้วขยายมาเป็นส่วนใหญ่ ข้อสังเกตที่ได้พบว่า นักคิดที่ชื่อ Leibniz มีข้อคิดเห็นแย้งในเรื่องของความคิดที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดของ เดสคาร์ต และเชื่อในความปรองดรองกันระหว่างประจักษนิยมและเหตุผลนิยม   ที่ว่า ก่อนที่จะได้รับประสบการณ์จะต้องได้รับการตีความจากเหตุผลก่อนล้วจึงรับไว้เป็นความรู้ต่อไป ซึ่งข้าพเจ้าเห็นด้วยกับ Leibniz  แต่มีข้อโต้แย้งจากหลักฐานและเหตุการณ์ที่พบในเรื่องของความรู้ ความคิดที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ในเหตุการณ์ของเด็กระลึกชาติ ซึ่งมีข้อพิสูจน์แล้วว่าเด็กไม่เคยได้รับความรู้ ไม่มีประสบการณ์ที่ไหนมาก่อน แต่ก็มีความคิด ความรู้ว่าเมื่อชาติที่แล้วตนเองเกิดเป็นใคร อยู่ที่ไหน เก็บของไว้ตรงไหน ซึ่งก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความรู้ ความคิดที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด หรือมีมาตั้งแต่ก่อนเกิด  ซึ่งสามารถหักล้างกับข้อโต้แย้งของแนวคิดประจักษนิยมที่เชื่อว่าความคิดที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดต้องเกิดขึ้นกับทุกคน เรื่องนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่ได้เกิดกับเด็กทุกคน แต่น้อยคนนักที่จะเกิดเหตุการณ์นี้
2.             ข้อเห็นด้วยกับแนวคิดประจักษนิยมซึ่ง ข้าพเจ้ายอมรับบางส่วนกับแนวคิดเกี่ยวกับความรู้
ได้มาจากประสบการณ์ ประสาทสัมผัสทั้ง 5 และประสบการณ์ทางจิตใจที่ได้มาจากการทบทวนทางความคิด แต่ข้อโต้แย้งที่สามารถมาลบล้างแนวคิดนี้ก็คือว่า ประสาทสัมผัสของเราไม่สามารถจะบอกความจริงได้ เป็นความคลาดเคลื่อนและผิดไปจากความเป็นจริง  แต่ก็เชื่อในเรื่องความรู้ได้มาจากประสบการณ์สามารถมาหักล้างแนวคิดเหตุผลนิยมได้ ดังตัวอย่างเช่น นักเรียนที่ได้รับการกระตุ้นให้เกิดความคิดเมื่ออาจารย์ถามหรือได้จากการสอบ Pre-test ทำให้ได้ความรู้จากข้อคำถามนั้น และแสวงหาการหาคำตอบจากตำราก็หมายความว่าความรู้นั้นต้องอาศัยประสบการณ์  ซึ่งนักเรียนเองสามารถรู้และตอบคำถามด้วยตัวเองจากการกระตุ้นการถามคำถามของอาจารย์เป็นต้น ซึ่งก็หมายความว่าความรู้นี้ไม่ได้มีมาแต่กำเนิดแต่จากประสบการณ์คิดหาคำตอบเอง  และอีกตัวอย่างที่น่าสนใจที่น่าจะเป็นประเด็นโต้แย้งในแนวคิดประจักษนิยมต่อไปก็คือ จากการสังเกตซ้ำ ๆทุกวันพบว่าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกก็สรุปเป็นความจริงได้ แต่หากในอนาคตแล้วตัวอย่างนี้สามารถโต้แย้งได้ด้วยแนวคิดเหตุผลนิยมที่ว่า ในระยะสองสามปีมานี้ นักวิทยาศาสตร์ได้ พิสูจน์ให้เห็นในเรื่องการกลับขั้วแม่เหล็กของโลก  ซึ่งอาจเป็นเหตุผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการหมุนรอบตัวเองของโลกได้ อาจจะพบว่าโลกกลับด้าน ดังนั้นข้อพิสูจน์ความจริงของแนวคิดประจักษนิยมอาจจะเปลี่ยนเป็นพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกเหมือนกับดาวศุกร์ก็เป็นได้
สรุปได้ว่าข้อคล้อยตามและข้อโต้แย้งที่ข้าพเจ้าได้อธิบายไปแล้วนั้นมีความสำคัญทั้งสองแนวคิด
ซึ่งในแต่ละแนวคิดนั้นก็มีข้อเห็นด้วยในบางประเด็นและข้อโต้แย้งในบางประเด็น ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะคล้อยตามผู้รู้ก็คือ Leibniz แต่ข้าพเจ้าก็ยังมีข้อโต้แย้งในบางประเด็นด้วย  ซึ่งก็หมายความว่าทั้งสองแนวคิดนี้สามารถนำมาใช้พิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ในบางเหตุการณ์หรือสถานการณ์เท่านั้น  และก็ยังต้องรอให้นักคิดรุ่นต่อๆไปมาพิสูจน์ในความเป็นจริงในที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น